ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด ชี้ความเชื่อมั่นด้านรายได้ของไทยอยู่ในเกณฑ์ดี


- ตลาดหุ้นขาขึ้น ฉุดความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั่วเอเชียแปซิฟิกขึ้นตาม

 

กรุงเทพฯ (22 สิงหาคม 2560)  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard Index of Consumer Confidence) ที่ได้รับการเปิดเผยในวันนี้ ชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีที่ 66.9 จุด เป็นการปรับขึ้นมาเล็กน้อยจากระดับ 62.7 จุดของเมื่อหกเดือนที่แล้ว คะแนนความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นมา 4.2 จุดนี้ส่วนใหญ่เป็นผลพวงมาจากแนวโน้มที่อยู่ในช่วงขาขึ้นของตลาดหุ้นและภาวะการจ้างงาน โดยสูงขึ้น 7.3จุด และ 5.1 จุด ตามลำดับ ทั้งนี้ ผู้บริโภคในตลาดเอเชียแปซิฟิกจำนวนถึง 11 ประเทศจากทั้งสิ้น 18ประเทศ ยังคงมีความเห็นไม่แตกต่างจากการสำรวจครั้งก่อนมากนัก (+/- ไม่เกิน จุด) อนึ่ง ดัชนีนี้รวมถึงรายงานอ้างอิงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถใช้เป็นเครื่องชี้วัดผลประกอบการทางการเงินของมาสเตอร์การ์ดได้ 

 

ทั้งนี้ ผู้บริโภคในประเทศไทยมีความเชื่อมั่นอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านรายได้ โดยผู้บริโภคชาวไทยเชื่อมั่นว่า ในช่วง เดือนข้างหน้าจะได้รับรายได้ประจำและผลตอบแทนจากการทำงานเพิ่มขึ้น

 

เกาหลีใต้เป็นประเทศที่มีการปรับตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก เนื่องจากประชากรมีความคาดหวังสูงมากว่าเศรษฐกิจของประเทศกำลังไปได้ดี กระตุ้นให้ความเชื่อมั่นของเกาหลีใต้อยู่ในระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ พศ. 2538 และผลักดันให้เกาหลีใต้กระโดดข้ามจากการอยู่ในกลุ่มเกณฑ์ความเชื่อมั่นต่ำมาอยู่ในกลุ่มเกณฑ์ความเชื่อมั่นสูงมากได้ภายในช่วงระยะเวลาเพียงหกเดือน เช่นเดียวกับสิงคโปร์และมาเลเซียที่มีการปรับระดับความความเชื่อมั่นสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นกัน 

 

ในขณะเดียวกัน อินเดียเป็นตลาดที่มีระดับความเชื่อมั่นลดลง มากที่สุดในภูมิภาค โดยมีคะแนนต่ำลงถึง 9.3 จุด แม้ว่าจะยังคงอยู่ในกลุ่มเกณฑ์ความเชื่อมั่นสูงมากด้วยคะแนน 86.0 จุดก็ตาม เช่นเดียวกับพม่าที่มีระดับคะแนนความเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อย (ลดลง จุด) ซึ่งจากการสำรวจของดัชนีมาสเตอร์การ์ดพบว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ระดับความเชื่อมั่นทั้งในอินเดียและพม่าลดลงก็คือทัศนคติที่แย่ลงในเรื่องคุณภาพชีวิต  

 

ช่วงระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน พศ. 2560ผู้ตอบแบบสำรวจจำนวนทั้งสิ้น 9,153 ราย ที่มีอายุระหว่าง 18 ถึง 64 ปีจาก 18 ประเทศในเอเชียแปซิฟิกได้รับการสอบถามให้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมุมมองทางเศรษฐกิจห้าประการในอีกหกเดือนข้างหน้า อันได้แก่ สภาพเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ โอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง ภาวะตลาดหุ้น และคุณภาพชีวิต โดยดัชนีนี้ได้มาจากการคำนวนระดับคะแนนตั้งแต่ ถึง 100 โดยที่ 0 หมายถึง รู้สึกแย่ที่สุด และ 100 หมายถึงรู้สึกดีที่สุด ส่วนคะแนนระหว่าง 40 ถึง 60 จัดอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง 

 

วิธีการวิจัย

ผู้ตอบแบบสำรวจต้องตอบคำถามห้าข้อ เพื่อแสดงความคิดเห็นของพวกเขาเกี่ยวกับการคาดการณ์ในอีกหกเดือนข้างหน้าในเรื่องสภาพเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ ภาวะตลาดหุ้นในประเทศ โอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคง และคุณภาพชีวิตของพวกเขา คำตอบทั้งหมดที่ได้รับจะถูกแปลงให้เป็นดัชนีห้าประการที่จะนำมาหาค่าเฉลี่ยเพื่อสร้างดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard Indexof Consumer Confidence, MICC) โดยดัชนี MICC และดัชนีประกอบทั้งห้ารายการนั้นจะมีคะแนนตั้งแต่ 0 – 100 โดยที่ หมายถึงระดับความเชื่อมั่นที่แย่ที่สุด 100 หมายถึงระดับความเชื่อมั่นที่ดีมากที่สุด และ 50 หมายถึงความเชื่อมั่นอยู่ในระดับปานกลาง

 

เกี่ยวกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด

การสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของมาสเตอร์การ์ด (Mastercard Index™ of Consumer Confidence) มีมายาวนานถึง 20 ปี เป็นผลมาจากการเก็บรวบรวมข้อมูลสัมภาษณ์กว่า 200,000 ราย จึงถือได้ว่าเป็นงานสำรวจวิจัยที่ไม่มีใครเทียบชั้นได้ ทั้งในแง่ของขนาดข้อมูล และระยะเวลาในการสะสมข้อมูลที่ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก 

 

การสำรวจนี้มีมายาวนานที่สุดและมีความครอบคลุมที่สุดเมื่อเทียบกับการสำรวจรูปแบบเดียวกันในภูมิภาคนี้ โดยในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2540 ดัชนีนี้ได้เผยให้เห็นถึงระดับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับลดลง ซึ่งเป็นเวลาเพียงหนึ่งเดือนก่อนที่ค่าเงินบาทจะอ่อนตัว จนเกิดเป็นภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในภูมิภาคในลำดับถัดมา และอีกครั้งในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2546 ที่ดัชนีนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าความเชื่อมั่นด้านภาวะการจ้างงานในฮ่องกงนั้นมีระดับคะแนนลดต่ำลงเหลือเพียง 20.0 ซึ่งต่อมาได้สะท้อนให้เห็นถึงอัตราการว่างงานของฮ่องกงที่พุ่งขึ้นถึงจุดสูงสุดที่ระดับ 8%ในเดือนกันยายนของปีเดียวกัน 

 

การสำรวจนี้เริ่มขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี พ.ศ. 2536และได้ถูกจัดทำเรื่อยมาตลอดนับแต่บัดนั้น โดยจะแสดงผลปีละสองครั้ง ปัจจุบันมีตลาด (ประเทศ) ในเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ภายใต้การสำรวจจำนวนถึง 18แห่ง ได้แก่ ออสเตรเลีย บังคลาเทศ กัมพูชา จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย พม่า นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ศรีลังกา ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม

 

มาสเตอร์การ์ดและชุดผลสำรวจต่างๆ

มาสเตอร์การ์ดจัดทำดัชนีผลสำรวจมากมายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อาทิ MasterCard Index of Consumer Confidence ที่มีมายาวนาน รวมถึง MasterCard Index of Women’s AdvancementMasterCard Index of Financial Literacy และ MasterCard Index of Global Destination Citiesนอกจากดัชนีต่างๆเหล่านี้แล้ว งานวิจัยของมาสเตอร์การ์ดยังรวมถึงการสำรวจผู้บริโภคต่างๆอย่างหลากหลาย อาทิ Online ShoppingEthical Spending และการสำรวจมากมายด้านการจัดลำดับปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อของผู้บริโภค (ครอบคลุมถึงเรื่องท่องเที่ยว อาหาร & สิ่งบันเทิง การศึกษา การบริหารทางการเงิน สินค้าฟุ่มเฟือย และการจับจ่ายใช้สอยทั่วไป

 


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SCB มอบโชค Human Run 2017 วิ่งสร้างแรงบันดาลใจ บนเส้นทางใหม่ที่อยุธยา!!!

Human Run 2017 งานวิ่งประจำปีที่แฟนนิตยสาร a day รอคอยกลับมาอีกครั้ง เราเริ่มต้นจากการชวนให้ผู้อ่านได้ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ ด้วยการออกกำลังกาย สร้างนักวิ่งหน้าใหม่ ป...

Money Expo Udonthani 2017 คัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดพิเศษ สู่ชาวอีสานตอนบน

มหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 5 Money Expo Udonthani 2017 ยกขบวนแบงก์ - นอนแบงก์ - บล .- บลจ . จัดโปรโมชั่นสุดร้อนแรงส่งตรงสู่พี่น้องชาวอุดรธานีและชาวอีสานตอนบน วันที่ 6-8 ตุลาคม 2560 ที่อุดรธานี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดอุดรธานี   นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานมหกรรมการเงิน Money Expo เปิดเผยว่า วารสารการเงินธนาคาร จะจัดงานมหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 5 Money Expo Udonthani 2017 ใน วันที่ 6-8 ตุลาคม 2560 ที่ อุดรธานี ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา จังหวัดอุดรธานี ภายใต้แนวคิด “Financial Innovation 4.0 นวัตกรรมการเงิน 4.0” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดรับกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีทางการเงินที่กำลังเกิดขึ้น ​ นายสันติกล่าวว่า มหกรรมการเงินอุดรธานี ครั้งที่ 5 นี้ มีธนาคาร สถาบันการเงิน องค์กรภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการภายในงาน เพื่อให้ประชาชนชาวอุดรธานี และชาวอีสานตอนบน ครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ หนองคาย ขอนแก่น มหาสารคาม มุกดาหาร สกลนคร หนองบัวลำภู และ บึงกาฬ ได้เล...

สถาบันคุ้มครองเงินฝากพัฒนาแผนยุทธศาสตร์ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้ฝากเงิน

​ สถาบันคุ้มครองเงินฝากเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้ฝากเงิน ชี ้ พัฒนาแผนยุทธศาสตร์มุ่งมั่นพัฒนาระบบปฏิบัติการจ่ายคืนผู้ฝาก และระบบการชำระบัญชีและบริหารจัดการสินทรัพย์ต่อเนื่อง        แจงล่าสุดดูแลผู้ฝากเงิน ที่ อยู่ภายใต้ความคุ้มครองกว่า  70  ล้านราย ​ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ประธานกรรม การสถาบันคุ้มครองเงินฝาก  แถลงผลการดำเนินงานของสถาบันคุ้มครองเงินฝากในปี  2559  ที่ผ่านมา และแผนการดำเนินงานในปี  2560  โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้   ภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี  2559  และแนวโน้มเศรษฐกิจปี  2560 ​ เศรษฐกิจไทยปี  2559  ขยายตัว ร้อยละ 3.2 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ  4  ปี โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนที่ขยายตัวต่อเนื่อง   ประกอบกับ การลงทุนภาคเอกชน  การส่งออกสินค้าและบริการ  ที่ปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน   ขณะที่ การลงทุนภาครัฐ ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง  ​ สำหรับเศรษฐกิจไทยในปี  2560   สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง คาดว่าจะขยายตัวในอัตราเร่ง...